BGM Softgel

BGM Softgel ; Blueberry Eye Care Softgel : ทำให้ดวงตาสดใสเปล่งประกายวาว ; มองภาพได้คมชัด ฉับไว ; ทำให้ดวงตาและสายตาแข็งแรงสุขภาพดี ภาพคมชัดไปตลอดชีวิต ; แก้ปัญหาสายตาสั้นหรือยาว ; ป้องกันและรักษา เพิ่มการมองเห็น ต้อกระจก - ต้อลม - ต้อหิน - วุ้นตาเสื่อม -ต้อเนื้อ - แก้ปัญหาสุขภาพตา - ตาอักเสบบ่อย ; เจ็บและปวดตาบ่อย ; สนใจสินค้าหรือธุรกิจ โทร 084-5295918 ; Email : 9CRYSTAL9@GMAIL.COM

BGM

BGM

ยาตา BGM Softgel

ยาตา BGM Softgel

BGM Softgel

ซื้อยาตา BGM Softgel โทร 084-5295918

ซื้อยาตา BGM Softgel โทร 084-5295918
ยาตา

BGM Softgel of Greenworld

BGM Softgel ; Eye Care Softgel ช่วยถนอมสายตา ถนอมดวงตา รักษาสุขภาพตาไปตลอดชีวิต

1.ช่วยถนอมดวงตา ทำให้การมองเห็นในที่มืดดีขึ้น

2.ช่วยรักษาอาการตาบอดกลางคืน (Night Blindness)

3.ช่วยลดอาการเมื่อยล้าของดวงตา เมื่อใช้สายตานานๆ

4.ช่วยป้องกันเลนส์ตาและช่วยให้คอลลาเจนในตาในส่วน cornea และหลอดเลือดฝอยแข็งแรงขึ้น

5.ช่วยลดอนุมูลอืสระในจอตา ทำให้ป้องกันอาการเสื่อมที่มักจะเกิดกับดวงตาให้น้อยลงได้ เช่น ต้อกระจก ต้อหิน ต้อเนื้อ ตาเสื่อมในคนสูงอายุ (สายตายาว)

จำหน่าย BGM Softgel

ชีวิตที่มีพลัง พร้อมจะสู้ทุกอย่าง
ต้องมีพลังสุขภาพสายตาที่คมชัด 100%

ปวดเมื้อยตาบ่อย แสบเคืองตาบ่อย ตาอักเสบบ่อย ตาไม่ใส ตาไม่ประกายวาว การมองเห็นชัดเสื่อมลงมีปัญหาความดันลูกตา ตาไม่สะอาด กำลังมีปัญหาสุขภาพตา สายตาสั้น หรือสายตายาว กำลังเป็นโรคในลูกตาอยากมีพลังการมองเห็นของสายตาตลอดไปทั้งชีวิต ต้องบำรุงสุขภาพตาด้วย
BGM Softgel ; Eye Care Softgel.
หากท่านกำลังทุกข์ทรมานกับโรคในดวงตา ท่านต้องทาน BGM Softgel ; Eye Care Softgel.
หากท่านมีพฤติกรรมชีวิตการทำงานที่ต้องใช้สายตาหนัก อยู่ในสภาวะแวดล้อมแสงจ้ามาก หรือทำงานในที่มืดท่านต้องรีบดูแลรักษาดวงตาท่าน รีบทาน BGM Softgel ; Eye care Softgel
ทาน BGM Softgel ; Eye Care Softgel ทุกวัน ชีวิตนี้สายตาดีมองเห็นชัดเจน ทั้งชีวิตแน่นอน 100%

BGM Softgel ; Eye Care Softgel ทำให้สุขภาพสายตาท่านดีขึ้นภายใน 10 วัน
BGM Softgel ; Eye Care Softgel ช่วยบำรุงดวงตา และสายตา ท่านให้มีพลังการมองเห็นอย่างมหัศจรรย์
BGM Softgel ; Eye Care Softgel ช่วยให้ท่านมีพลังการมองเห็นได้ชัดเจนใสปิ่งกว่าเดิม
BGM Softgel ; Eye Care Softgel ช่วยให้ท่านมีสายตาที่คงที่ มองภาพได้ชัดเจน ดวงตาปกติ ไปจนตลอดชีวิต

Blueberry


ส่วนผสมสำคัญ: สารสกัดบลูเบอร์รี่ (Anthocyanin) , สารสกัดแปะก๊วย ,
สารสกัดลูทีน (Lutein หรือ แคโรทีนอยด์สีเหลือง )

สรรพคุณหลัก
1. ช่วยบันเทาความเมื่อยล้าของสายตาหรืออาการปวดตา ป้องกันสายตาสั้น
2. ช่วยทำให้การมองเห็นชัดเจน ทำให้ดวงตาสดใสเปล่งประกาย
3. เพิ่มการมองเห็นและแก้ไขปัญหาด้านสายตาให้ดีขึ้น เช่น โรคต้อหิน , ต้อกระจก , ลดการสูญเสีย ม่านเรตินาหรือเลือดคั่งในเยื่อเรตินา , สายตาสั้นเทียมหรือศัพท์ทางการแพทย์เรียกว่า Pseudo myopia คือภาวะสายตาสั้นที่เกิดจากการ หดเกร็งของกล้ามเนื้อตา , อาการตามัว , ภาวะเบาหวานขึ้นม่านตาหรือโรคตาบอดกลางคืน
4. สายตาสัมผัสได้ฉับไวในการมองเห็น

เหมาะสำหรับกลุ่ม:
- สำหรับบุคคลที่ใช้สายตาอย่างหนักเป็นประจำ
- ทำงานจ้องคอมเป็นเวลานาน
- คนขับรถ
- บุคคลที่ใช้สายตาทำงานในที่สว่างจ้าหรือทำงานที่มีแสงน้อย
- บุคคลที่มีปัญหาในการมองเห็น
- บุคคลที่ต้องการบำรุงสายตา
- ลดความเมื่อล้าดวงตา
- บุคคลที่ต้องการชะลอริ้วรอยรอบดวงตา

BGM Greenworld

เหมาะสำหรับกลุ่ม :

1. บุคคลที่ใช้สายตาอย่างหนักเป็นประจำ

2.ทำงานจ้องคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน วันละหลายๆ ชั่วโมง

3.คนขับรถเป้นประจำ และขับเป็นระยะไกลๆ นานๆ หลายๆ ชั่วโมง

4.บุคคลที่ใช้สายตาทำงานในที่สว่างจ้า หรือทำในในที่มีแสงน้อย

5.บุคคลที่ต้องการบำรุงสายตา เช่น ผู้สูงอายุ ที่สายตาพล่ามัว

6.บุคคลที่มีปัญหาในการมองเห็น ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง

7.บุคคลที่ต้องการลดความเมื่อยล้าของดวงตา ตาอักเสบบ่อยเนื่องจากใส่คอนเทคเลนส์

8.บุคคลที่ต้องการชะลอริ้วรอยรอบดวงตา ถุงน้ำใต้ตา ตาบวม

Bilberry BGM Softgel

TV Online Thai

Tuesday, March 24, 2015

426. วุ้นตาเสื่อม (Vitreous Floater) : วุ้นตาเสื่อมคืออะไร?

วุ้นตาเสื่อม (Vitreous Floater) : วุ้นตาเสื่อมคืออะไร?

วุ้นตาเสื่อม (Vitreous Floater)
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิง สกาวรัตน์ คุณาวิศรุต
วว. จักษุวิทยา

วุ้นตาเสื่อมคืออะไร?
วุ้นตาเสื่อม หรือ น้ำวุ้นตาเสื่อม หรือ น้ำวุ้นตาตกตะกอน (Vitreous floater หรือ Eye floater หรือ Floater)คือ ภาวะที่เกิดมีตะกอน อาจเป็นจุดเล็กๆ เป็นเส้นๆ และ/หรือเป็นวงๆ ซึ่งเกิดขึ้นใน น้ำวุ้นตา (vitreous humor หรือ Vitreous humour) ที่ตามปกติจะใสไม่มีตะกอน กล่าวคือ ในภาวะปกติ น้ำวุ้นตาเป็นน้ำใส ไม่มีสี หนืดๆ คล้ายไข่ขาว ปราศจากหลอดเลือด โดยอยู่ในช่องตาส่วนหลังสุด (Vitreous cavity) เป็นเนื้อที่ 2/3 ของปริมาตรของลูกตาโดยประ มาณ (ต่างจากน้ำวุ้นส่วนหน้าที่เรียกว่า สารน้ำในลูกตา หรือ Aqueous humour) ซึ่งจะใสไม่มีความหนืดและอยู่ที่ส่วนหน้าของลูกตาในช่องที่เรียกว่า Anterior และ Posterior chamber)น้ำวุ้นตานี้มีส่วนประกอบเป็นน้ำถึง 99% ที่เหลืออีกเพียง 1% เป็นโปรตีน กรด Hyaluro nic สาร Collagen ตลอดจน สารเกลือแร่ (Electrolyte) ต่างๆ สารเหล่านี้อาจเรียงเป็นเส้นใยบางๆ อาจพบเซลล์ได้บ้างเล็กน้อย ซึ่งทำให้น้ำวุ้นตามีลักษณะหนืดๆหน้าที่ของน้ำวุ้นตา บ้างก็ว่าไม่มีหน้าที่อะไร ที่สำคัญเพียงแต่ตัวน้ำวุ้นจะแนบกับจอตาเป็นส่วนทำให้จอตาแนบติดอยู่กับที่ ไม่หลุดออกมา บ้างก็ว่าอาจมีส่วนในการเลี้ยงส่วนอื่นของดวงตาอยู่บ้าง

วุ้นตาเสื่อมมีอาการอย่างไร?

วุ้นตา/น้ำวุ้นตาที่เสื่อม/ตกตะกอน อาจเป็นอณูเล็กๆ เป็นจุดจุดเดียว หลายจุด เป็นเส้น เป็นวงๆ และ/หรือเป็นเส้นหงิกๆงอๆ อณูเหล่านี้ เมื่อต้องแสงจากข้างหน้าดวงตา จะเกิดเป็นเงาทอดไปยังจอตา 
หรืออณูเหล่านี้ก่อให้เกิดการหักเหของแสงที่ผ่านมาจากส่วนหน้าดวงตากระ จายไปตกที่จอตาส่วนต่างๆ เกิดการรับรู้ว่ามีจุดมืดเกิดขึ้น และเนื่องจากอณูเหล่านี้อยู่ในน้ำวุ้นซึ่งเป็นน้ำ จึงมีการเคลื่อน
ไหวตามการขยับของลูกตา จึงทำให้เจ้าตัวรับรู้ว่ามีอะไรลอยไปมา แต่หากอณูเหล่านี้หยุดนิ่งอยู่กับที่ 
เงาที่ทอดตกที่จอตา ก็จะอยู่กับที่ เจ้าตัวอาจไม่รู้สึกว่ามีอะไรลอยไปมารูปร่างและขนาด ตลอดจนจำนวนของอณู ทำให้เจ้าตัวแปลออกมาเป็นรูปร่างต่างๆ เช่น มีจุดลอยไปมามีลักษณะเป็นลูกน้ำ เป็นแมลง หรือเป็นวงๆ ลอยอยู่ข้างหน้า บางครั้งอาจรู้สึกเหมือนมีแมลงบินอยู่ข้างหน้า อาจเห็น หรืออาจหายไป แต่จะเห็นชัดเมื่อมองผ่านพื้นเรียบ เช่น บนกระดาษสีขาว บนฝาผนัง ตลอดจนบนท้องฟ้าใส เป็นต้น


วุ้นตาเสื่อมมีสาเหตุจากอะไร?
วุ้นตา/น้ำวุ้นตาเสื่อมมีสาเหตุจาก
น้ำวุ้นตาเสื่อมและหดตัว (Vitreous syneresis) แรกเกิดน้ำวุ้นจะหนืดจากการรวมตัวของสาร Collagen ของ Protein และสารอื่นๆที่ไม่ใช่ส่วนที่เป็นน้ำ แต่เป็นส่วนเป็นเส้นใยบางๆ ซึ่งเมื่ออายุมากขึ้น ส่วนที่เป็นเส้นใยจะจับตัวกันหนาขึ้น ร่วมกับมีการหดตัวของน้ำวุ้นตาที่เหลือ จึงทำให้เส้นใยดังกล่าวมีขนาดใหญ่ และเห็นชัดขึ้น ลอยไปมา โดยพบมากในผู้สูงอายุ กล่าวกันว่า พบได้กว่า 50% ของคนอายุมากกว่า 70 ปี ของคนสายตาสั้นมากๆ และของผู้ที่เคยได้รับอุบัติเหตุทางดวงตา ซึ่งเส้นใยเหล่านี้ หากเกิดขึ้นและลอยอยู่บริเวณขอบๆของดวงตา
 เจ้าตัวจะไม่มีอาการ แต่หากเส้นใยเหล่านี้มาอยู่บริเวณตรงกลางดวงตา ที่แสงผ่านเข้าจอตา
 เจ้าตัวจึงจะเกิดอาการขึ้นในภาวะปกติ น้ำวุ้นตานาบอยู่กับจอตาอย่างหลวมๆ แต่ส่วนหลังสุดที่อยู่รอบๆจาน /ขั้วประสาทตา (Optic disc) จะนาบแน่นกว่าบริเวณอื่น เมื่อน้ำวุ้นเสื่อม จะมีบางส่วนกลายเป็นน้ำใสๆ ส่วนที่หนืดเป็นใยรวมตัวกัน ดึงน้ำวุ้นที่เกาะที่ขั้วประสาทตาหลุดออกมา แล้วน้ำวุ้นที่ใสเป็นน้ำจะเข้าไปแทนที่ ทำให้เกิดภาวะที่เรียกกันว่า PVD (Posterior vitreous detachment) ทำให้เจ้าตัวอาจเห็นเป็นวงลอยไปมาได้ในการพัฒนาของการเกิดลูกตาคนเราตั้งแต่อยู่ในครรภ์นั้น ภายในน้ำวุ้นตามีหลอดเลือดที่เรียกว่า Hyaloid artery หลอดเลือดนี้ต้องหดหายไปก่อนเด็กคลอด แต่ในบางคน การหดหายของหลอดเลือดไม่สมบูรณ์ ทำให้เด็กที่เกิดมาอาจยังมีติ่งของหลอดเลือดนี้หลงเหลืออยู่ ซึ่งภายในหลอดเลือดมีเม็ดเลือดแดง จึงอาจหลุดออกมาในวุ้นตาได้ อาจมีสารเคมีบางตัวที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเส้นใย Synchysis scintillans ในน้ำวุ้น เกิดเป็นผลึกของแคลเซียม (Asteroid hyalosis) หรือของไขมันคอเลสเตอรอล/Cholesterol ลอยไปมาในน้ำวุ้นได้ มีรายงานว่าการใช้ยาบางตัวอาจก่อให้เกิดน้ำวุ้นตาเสื่อมตกตะกอนได้ เช่น Zovi rax (ยารักษาโรคเริม โรคงูสวัด และโรคอีสุกอีใส)
 อาจทำให้เกิดน้ำวุ้นตาเสื่อมตกตะกอนได้ยังมีตะกอนที่เกิดจากสาเหตุต่างๆอีก แต่พบได้น้อยกว่า 5 ข้อแรก เช่น อาจมีเซลล์ต่างๆ ได้แก่ เม็ดเลือดแดงที่มาจากหลอดเลือดที่จอตาฉีกขาด หลอดเลือดที่ผิดปกติในผู้ป่วย เบาหวานขึ้นตา (Diabetic retinopathy) ในผู้ป่วยจอตาเสื่อม (Age related macular degeneration) ตลอดจนเม็ดเลือดขาวที่มาจากการอักเสบภายในดวงตาทั้งจากโรคม่านตาอัก เสบ การอักเสบภายในดวงตา (Endophthalmitis) การอักเสบจากอุบัติเหตุมีบาดแผลทำให้ดวงตาทะลุ นอกจากนี้อาจมีอณูสีเล็กๆ (Pigmented granule) ที่มาจากอณูสีในเนื้อเยื่อชั้นของจอตา หรือแม้แต่เซลล์มะเร็งที่หลุดมาจากมะเร็งตาในเด็ก/มะเร็งจอตา (Retinoblastoma) ฯลฯ อนึ่ง ในบรรดาสาเหตุต่างๆที่ทำให้เกิดน้ำวุ้นเสื่อมตกตะกอนใน 5 ข้อแรก เป็นภาวะ/ประ เภทไม่อันตราย เรียกกันว่า Benign vitreous Floater สาเหตุส่วนใหญ่ ส่วนในข้อ 6 เรียก ว่า Pathologic vitreous floater หรือเป็นประเภทอันตรายต้องหาสาเหตุและต้องรักษาต้นเหตุโดยทั่วไปการมองเห็นอะไรลอยไปมานี้ไม่ทำให้สายตามัวลง แต่อาจก่อให้เกิดความรำ คาญมากกว่า


เมื่อมีอาการของวุ้นตาเสื่อมควรทำอย่างไร?
เมื่อมีอาการของวุ้นตาเสื่อม ควรต้องรีบพบจักษุแพทย์ เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุ เพื่อการรักษาที่เหมาะสมเมื่อกรณีสาเหตุเกิดจากภาวะ/ประเภทอันตรายที่จำเป็นต้องได้รับการรักษา เช่น เบาหวานขึ้นตา หรือ จอตาฉีกขาด

ควรเตรียมตัวมารับการตรวจวุ้นตาเสื่อมอย่างไร?
ผู้ที่มาด้วยอาการของวุ้นตาเสื่อมจำเป็นต้องรับการตรวจน้ำวุ้นตาและจอตาอย่างละเอียด การตรวจเริ่มจากตรวจส่วนหน้าของลูกตาก่อน ตามด้วยการขยายม่านตาด้วยยาหยอดตาขยายม่านตา เพื่อที่จะได้ดูน้ำวุ้นตาและจอตาให้ได้ทุกมุม เพราะการมีน้ำวุ้นเสื่อมตกตะกอนอาจเกิดร่วมหรือเป็นเหตุให้เกิดจอตาฉีกขาดได้ โดยทั่วไปจักษุแพทย์จะต้องดูว่ามีการฉีกขาดของจอตาที่บริเวณใดหรือไม่ การมีน้ำวุ้นตาตกตะกอนอาจพบจอตาฉีกขาดได้ประมาณ 15% แต่หากน้ำวุ้นตาตกตะกอนร่วมกับมีเม็ดเลือดแดงในวุ้นตา มีโอกาสจะพบจอตาฉีกขาดได้ถึง 75% ซึ่งหากพบจอตาฉีกขาดจำเป็นต้องรับการรักษาด้วยแสงเลเซอร์เพื่อป้องกันการลอกของจอตา


รักษาวุ้นตาเสื่อมอย่างไร?
แนวทางการรักษาวุ้นตาเสื่อมคือ
การเกิดน้ำวุ้นตาเสื่อมตกตะกอนที่ไม่อันตราย ซึ่งเป็นกรณีที่พบเป็นส่วนใหญ่ มัก จะก่อให้เกิดความรำคาญที่มีอะไรลอยมารบกวน แต่ไม่ทำให้สายตามัวลง นานเข้าอาจชินไปเอง หรือตะกอนหลบไปจากแนวสายตา อาการจะดีขึ้นเอง จึงไม่จำเป็นต้องรักษาหากพบจอตาฉีกขาดร่วมด้วย ต้องรับการรักษาด้วยแสงเลเซอร์ หรือจี้เย็น (Cryo therapy) เป็นการปิดรูรั่วที่จอตาที่ขาด เพื่อไม่ให้น้ำวุ้นตาเซาะไปตามรูที่ขาด อันจะทำให้จอตาหลุดลอกออกมา ทำให้ตามัวและตาบอดได้หากน้ำวุ้นตาตกตะกอนชนิดอันตรายในข้อ 6 ซึ่งพบเป็นส่วนน้อย ต้องรักษาตามสาเหตุ เช่น ถ้าเป็น เบาหวานขึ้นตา ควรรักษาโดยการคุมโรคเบาหวาน ร่วมกับการรักษาจอตาด้วยแสงเลเซอร์ ถ้าเป็นจากโรคจอตาเสื่อมที่เกิดจากหลอดเลือดเกิดใหม่ที่จอตา 
(Neovascu larization) ต้องขจัดหลอดเลือดที่ผิดปกติด้วยเลเซอร์หรือด้วยยา ถ้าเกิดจากเม็ดเลือดขาวจากการอักเสบภายในดวงตา ต้องให้ยาฆ่าเชื้อ/ยาปฏิชีวนะ หรือในบางราย อาจต้องลงเอยด้วยการทำผ่าตัดน้ำวุ้นตา (Vitrectomy)อนึ่ง ผู้ที่มารับการตรวจ ซึ่งแพทย์ต้องตรวจโดยใช้ยาหยอดขยายม่านตา จะทำให้มีอา การตาพร่ามัว สู้แสงไม่ได้เป็นเวลาประมาณ 2-4 ชั่วโมง จึงไม่ควรขับรถมาตรวจเอง และไม่ใช้สายตาในการมองใกล้ประมาณ 2-4 ชั่วโมง สำหรับผู้สูงอายุควรมีญาติมาเป็นเพื่อนด้วย


ผู้มีวุ้นตาเสื่อมควรปฏิบัติอย่างไร?
ผู้มีวุ้นตาเสื่อมประเภทไม่เป็นอันตราย: ภาวะนี้เป็นภาวะที่ไม่จำเป็นต้องให้การรักษา แต่ควรสังเกตตัวเอง หากมีภาวะดังต่อไปนี้ ควรรีบพบจักษุแพทย์ เพราะมักเกิดจากสาเหตุที่ทำให้เกิดวุ้นตาเสื่อมประเภทอันตราย
1.จุดลอยดังกล่าวมีจุดใหม่ลอยมากขึ้น
2.มีแสงระยับคล้ายแสงแฟลซ (Flash)
3.สายตามัวลง
4.มีอาการคล้ายมีม่านบังดวงตาเป็นแถบๆ

ผู้มีวุ้นตาเสื่อมประเภทมีอันตราย: ควรปฏิบัติตามจักษุแพทย์ และพยาบาลจักษุแนะ นำ
อย่างเคร่งครัด รวมทั้งต้องดูแลรักษาควบคุมโรคที่เป็นสาเหตุให้ได้ เช่น โรคเบาหวาน เป็นต้น


ป้องกันวุ้นตาเสื่อมอย่างไร?
การป้องกันวุ้นตาเสื่อม คือ หากเกิดจากภาวะเสื่อมตามธรรมชาติแล้ว มักจะไม่มีวิธีป้อง กัน แต่หากเกิดจากที่ทราบสาเหตุดังกล่าวในหัวข้อสาเหตุและเป็นสาเหตุที่ป้องกันได้ ก็มีวิธีป้องกันตามแต่สาเหตุนั้นๆ เช่น การป้องกัน การดูแลรักษาควบคุม โรคเบาหวาน เป็นต้นอย่างไรก็ตามการมีสุขภาพทั่วไปที่ดี อาจจะป้องกัน หรือชะลอการเสื่อมของวุ้นตาลงได้บ้าง

1.มีบางรายงานแนะนำใช้ยาประเภทบำรุงร่างกายเป็นวิตามิน/อาหารประเภทสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ
 (Antioxidant) แต่ยังไม่มีการพิสูจน์แน่ชัดว่าได้ผลจริง โดยทั่วไปการรับ ประทานอาหารครบทุกหมู่ 
(อาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ในปริมาณเหมาะสมที่ไม่ทำให้เกิดโรคอ้วนและน้ำหนักตัวเกิน) 
นำมาซึ่งร่างกายแข็งแรงน่าจะเพียงพอ
2.ไม่สูบบุหรี่ งด/เลิกบุหรี่เมื่อสูบอยู่
3.มีการออกกำลังกายที่พอดีกับสุขภาพสม่ำเสมอ
4.หลีกเลี่ยงอุบัติเหตุต่างๆที่จะส่งผลถึงดวงตา
5.หากมีโรคทางกายเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง 
 ต้องควบคุมให้ดี








425. ต้อลม (Pinguecula)

ต้อลม (Pinguecula)

ต้อลม (Pinguecula)
by LASIK Laser Vision
บางครั้งเมื่อรู้สึกเคืองตาบ่อยๆ ปวดๆที่ดวงตา หรือแสบๆที่ดวงตา อาการเหล่านี้อาจเป็นอาการบ่งบอกเริ่มต้นของผู้ที่เป็น "ต้อลม" ก็เป็นได้ 
ต้อลม(Pinguecula) เป็นการเสื่อมของเยื่อบุตาขาวที่พบได้บ่อย ไม่ใช่เนื้องอก มีลักษณะเป็นก้อนเนื้อขนาดเล็ก นูน สีขาวหรือเหลืองอยู่บริเวณเยื่อบุตาขาว มักพบบริเวณทางด้านหัวตามากกว่าทางด้านหางตา หากไม่ได้รับการป้องกันอย่างถูกต้องอาจมีการลุกลามขนาดใหญ่ขึ้นกลายเป็นแผ่นเนื้อเข้ามาในบริเวณกระจกตาดำได้เรียกว่าต้อเนื้อ

สาเหตุ:
ต้อลมจากชื่อ อาจทำให้คิดได้ว่าสาเหตุหลักๆเกิดจากลม แต่จริงๆ แล้วสาเหตุเกิดได้จากหลายอย่าง ส่วนใหญ่สัมพันธ์กับการได้รับรังสีอัลตราไวโอเลต (รังสี UV) ที่มีในแสงแดด การสัมผัสกับลม ฝน ควัน ความร้อนที่ทำให้เกิดการระคายเคืองของเยื่อบุตาขาว

อาการที่พบ:
ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ กรณีที่ต้อลมมีขนาดใหญ่หรืออักเสบอาจมีอาการรู้สึกเคืองตา แสบตา น้ำตาไหล หรือมีอาการตาแดงในตำแหน่งของต้อลมร่วมด้วยเนื่องจากมีการอักเสบขยายตัวของเส้นเลือดที่มาหล่อเลี้ยงบริเวณต้อลม อาการจะเป็นมากขึ้นเมื่ออยู่กลางแจ้ง โดนแดด โดนลม

ต้อลมสามารถป้องกันและรักษาได้:

เป็นภาวะที่ไม่มีอันตราย กรณีที่ไม่มีอาการหรือไม่มีการอักเสบ ไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยา เพียงแต่ปฏิบัติตนหลีกเลี่ยงจากสิ่งกระตุ้นที่อาจทำ
ให้เกิดการลุกลามมากขึ้น

1.ป้องกันและหลีกเลี่ยงสาเหตุที่อาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบได้ เช่น การใส่แว่นป้องกัน
แสงแดดหรือลมเมื่ออยู่ในที่กลางแจ้ง หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แสงแดดหรือลมแรง

2. ยาหยอดตาเพื่อลดอาการ สำหรับผู้ที่เป็นต้อลมที่มีอาการเคืองตา น้ำตาไหล 
ตาแดงอักเสบ จักษุแพทย์อาจพิจารณาให้ยาหยอดตาเพื่อบรรเทาอาการดังกล่าว ทั้งนี้ยาหยอดตาไม่สามารถทำให้ต้อลมที่มีหายไปได้ แต่เมื่อไม่มีการอักเสบและได้รับการป้องกันอย่างถูกวิธี ต้อลมนั้นอาจนูนแดงลดลงได้

3. การผ่าตัดโดยทั่วไปต้อลมไม่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเนื่องจากมักมีขนาดเล็กและไม่มีอาการ เป็นภาวะที่ไม่มีอันตราย ไม่ทำให้สูญเสียการมองเห็น อาจพิจารณาการผ่าตัดในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการระคายเคืองอักเสบบ่อยและได้รับการรักษาด้วยยาหยอดตาแล้วไม่ทุเลา

การป้องกัน
หลีกเลี่ยงสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองได้แก่ ลม แสงแดด ฝุ่น ควัน รวมทั้งควันบุหรี่ ควรใส่แว่นกันแดดเป็นประจำเพื่อช่วยป้องกันแสงและลม










424 ต้อกระจก ( Cataract )

ต้อกระจก ( Cataract )

ต้อกระจก ( Cataract ) คือ ภาวะที่เลนส์แก้วตาซึ่งอยู่ตาของคนเรา ซึ่งปกติจะมีลักษณะใสเหมือน
กระจกจะเริ่มขุ่นมัวขึ้น เป็นสาเหตุทำให้ความสามารถในการมองเห็นลดลง

 สาเหตุ:
- ส่วน ใหญ่เป็นการเสื่อมตามวัย อายุที่มากขึ้นเลนส์แก้วตาในตาก็จะเริ่มหนาและแข็งขึ้นที่จุดกึ่งกลาง 
ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อความสามารถในการปรับสายตา
- ผลจากยาบางชนิด เช่น สเตอรอยด์
- โรคแทรกซ้อนทางตาบางชนิด เช่น โรคต้อหิน
- โรคที่ผิดปกติทางพันธุกรรม
- เด็กเกิดจากมารดาที่ติดเชื้อหัดเยอรมันในระยะตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก เป็นต้น

อาการ:
- สายตาพร่ามัว ซึ่งมองเห็นไม่ชัดเจน เหมือนมีอะไรมาบังภาพบางส่วนไว้ ซึ่งจะเกิดขึ้นช้า ๆ โดยไม่มีอาการปวดตาร่วมด้วย
- ตาไม่สู้แสง
- ต้อกระจกจะเริ่มรบกวนการปฏิบัติภารกิจประจำวัน เช่น การขับรถ การอ่านหนังสือที่ยากขึ้น เป็นต้น
- หากทิ้งไว้นานโดยไม่รักษาอาจเกิดโรคต้อหินเฉียบพลันแทรกซ้อนทำให้ตาบอดในที่สุด









423. ต้อหิน (อังกฤษ: Glaucoma)

ต้อหิน (อังกฤษ: Glaucoma)

ต้อหิน (อังกฤษ: Glaucoma) 

เป็นโรคที่ดวงตามองไม่เห็น เกิดจากการคั่งของน้ำภายในตา 
จึงทำให้ความดันตาสูงขึ้นและกดทำลายประสาทตาทีละน้อย โดยที่ผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บปวด พบมากในผู้สูงอายุ โดยปกติคนวัย 65 ปีขึ้นไป จะเกิดโรคต้อหินได้ประมาณ 1 ในทุก 20 คน

โรคต้อหินเป็นสาเหตุตาบอดอันดับที่สองของโลก โรคต้อหินพบทั่วโลกถึง 70 ล้านคน และประมาณ 10% ของผู้ป่วยหรือประมาณ 6.7 ล้านคน ต้องตาบอด หรือสูญเสียการมองเห็นอย่างสิ้นเชิง ในประเทศไทยมีผู้ป่วยประมาณ 2.5-3.8% หรือคิดเป็นจำนวนผู้ป่วยประมาณ 1.7-2.4 ล้านคนเมื่อไปตรวจตาถ้าความดันลูกตาเกิน 20.0 มิลลิกรัมปรอท มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นต้อหิน









422. โรคต้อเนื้อ (Pterygium)

โรคต้อเนื้อ (Pterygium)

โรคต้อเนื้อ (Pterygium)
by LASIK Laser Vision
โรคต้อเนื้อ ต้อเนื้อ (Pterygium) เป็นโรคกลุ่มเดียวกันกับต้อลม แต่มีการยื่นเข้าไปในส่วนของกระจกตา(ตาดำ)




- ต้อเนื้อมีลักษณะ เป็นแผ่นเนื้อรูปสามเหลี่ยม งอกจากตาขาวลามเข้าไปในตาดำ มักพบริเวณหัวตามากกว่าหางตา ต้อเนื้อจะค่อยๆโต ลุกลามอย่างช้าๆเข้าไปในตาดำ ถ้าเป็นมากจะลามเข้าไปจนถึงกลางตาดำปิดรูม่านตา ซึ่งจะปิดบังการมองเห็นทำให้ตามัวได้

- เนื้อดังกล่าวไม่ใช่มะเร็ง ไม่ใช่เนื้องอก แต่เป็นลักษณะของความเสื่อมของเยื่อบุตาซึ่งเกิดจากแสงอัลตราไวโลเลตเป็นหลักและไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใดกับดวงตา แต่จะก่อความรำคาญเวลาอักเสบ บวมแดง จะรู้สึกเคืองตา ถ้าเป็นเยอะก็จะมีปัญหาเรื่องสายตาเอียงได้ เพราะจะไปกดอยู่ที่กระจกตา


สาเหตุของโรคต้อเนื้อ

- ต้อเนื้อและต้อลมเป็นโรคที่คล้ายคลึงกัน เกิดจากสาเหตุเดียวกันคือเกิดเนื่องมาจากแสง อัลตราไวโอเลตทำให้เยื่อบุตาบริเวณนั้นเสื่อมลง โรคนี้จึงมักเกิดกับผู้ที่ทำงานกลางแจ้งดังนั้นแพทย์จึงแนะนำให้ผู้ป่วยโรคนี้ใส่แว่นกันแดดไว้เสมอในเวลาออกกลางแจ้ง

-โรคนี้จะเจอเยอะในประเทศที่อยู่ในแถบเส้นศูนย์สูตร (แสงอาทิตย์จะมีความร้อนมากกว่า
ประเทศที่อยู่ห่างเส้นศูนย์สูตร)

อาการของโรคต้อเนื้อ

ผู้ป่วยเป็นโรคต้อเนื้อและโรคต้อลมจะมีอาการเคืองตาแสบตา น้ำตาไหล ตาแดง คันตา ถ้าเป็นน้อยจะไม่ทำให้ตามัวเพราะไม่ได้กดกระจกตามากแต่ถ้าเป็นมาก เช่นในกรณีที่ต้อเนื้อลุกลามเข้ามาถึงกลางตาดำจะทำให้ตามัวลง

การรักษาและการป้องกันโรคต้อเนื้อ

-ใส่แว่นกันแดด, สวมหมวก, กางร่ม ในเวลาที่ออกกลางแจ้ง
-ไม่จำเป็นต้องรักษาในรายที่มีอาการไม่มาก
-ใช้ยาหยอดตาในผู้ที่มีอาการเคืองตา ตาแดง น้ำตาไหล แต่ยาหยอดตาไม่สามารถทำให้ต้อเนื้อหายไปได้
-ต้อเนื้อที่เป็นน้อยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดออกเพราะไม่อันตรายต่อตาการผ่าตัดจะทำให้ผู้ป่วยต้อเนื้อที่มีอาการมาก หรือต้อเนื้อที่ลุกลามเข้าไปบนกระจกตาดำมากพอสมควรและ/หรือมีผลทำให้ตามัว

การผ่าตัดต้อเนื้อ
การผ่าตัดลอกต้อเนื้อควรทำผ่านกล้องจุลทรรศน์โดยจักษุแพทย์เพราะหลังจากลอกต้อเนื้อไปแล้วในบางรายอาจกลับเป็นใหม่ได้ ซึ่งมักเป็นมากกว่าเดิม คือต้อเนื้อที่ขึ้นใหม่นี้จะแดงหนาและอักเสบมากกว่าเดิม และการรักษาโดยการลอกใหม่อีกครั้งจะยากกว่าการลอกครั้งแรกด้วย ดังนั้นการดูแลหลังผ่าตัด เป็นเรื่องที่สำคัญมาก

การลอกต้อเนื้อมีหลายวิธีดังนี้

วิธีที่1 ลอกต้อเนื้อ (Bare sclera) โดยการตัดเนื้อออกจากเยื่อตาขาวและลอกต้อส่วนที่ติดอยู่บนตาดำออกวิธีนี้มีอัตราการเกิดซ้ำเยอะมาก ใช้ในผู้ป่วยที่มีอายุมากๆ หรือในผู้ป่วยที่ต้อเนื้อไม่มีการอักเสบเลย

วิธีที่2 ลอกต้อเนื้อและใช้เยื่อบุตามาแปะ (Conjunctival graft) ทำตามวิธีที่1 ร่วมกับการตัดเอาเยื่อตาขาวจากด้านบนของลูกตา มาแปะลงบริเวณตาขาวที่ได้รับการลอกต้อเนื้ออกไปแล้ว และเย็บด้วยไหมหรือใช้ Fibrin glue การทำกราฟ 
เป็นวิธีที่ดีมากในการป้องกันการกลับเป็นใหม่

วิธีที่3การลอกต้อเนื้อ และเอาเยื่อหุ้มรกมาแปะ (Amnion graft) จะใช้เยื่อหุ้มรกซึ่งผ่านการเตรียมและเก็บรักษาไว้ มาแปะแทนเยื่อบุตา ใช้ในกรณีที่เป็นครั้งแรก,ต้อเนื้อขนาดใหญ่,จำเป็นต้องเก็บเยื่อบุตาไว้รักษาโรคอื่น ข้อดีคือไม่ต้องลอกเยื่อบุตา
ของคนไข้เอง แต่ความสวยงามสู้ใช้เยื่อบุตาธรรมชาติของคนไข้ไม่ได้ และกรณีที่ต้อเนื้อ
ขนาดใหญ่มากๆ การจะใช้เยื่อบุตาธรรมชาติอาจจะไม่พอ จึงต้องใช้เยื่อหุ้มรกมาแปะ


การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดต้อเนื้อ

- ต้องหยุดยาละลายลิ่มเลือด 7 วัน ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 
- ล้างหน้า สระผมเช้าวันเข้ารับการผ่าตัด เนื่องจากห้ามโดนน้ำ 7 วันหลังผ่าตัด
- การทำผ่าตัดลอกต้อเนื้อ ทำโดยการใช้ยาชาฉีดเฉพาะที่โดยก่อนทำการผ่าตัดผู้ป่วยจะได้รับการหยอดยาชาและยาปฏิชีวนะก่อนเข้าห้องผ่าตัด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- ใช้เวลาในการทำประมาณ 30 นาที (ต่อหัว) กรณีที่ใช้เยื่อบุตาหรือเยื่อหุ้มรกแปะด้วย แต่ถ้าลอกเพียงอย่างเดียว จะใช้เวลาเพียง 10-15 นาที


การดูแลหลังการผ่าตัดต้อเนื้อ

- ห้ามโดนน้ำ 1 สัปดาห์ ไม่ต้องครอบที่ครอบก่อนนอน
- ปกติแพทย์จะให้ปิดตาแน่น ประมาณ 1 - 2 วัน เพื่อให้แผลที่กระจกตาสมานดี ช่วงแรกจะมีอาการปวดตามาก จะให้ยาแก้ปวด เช่น Paracetamol ,Brufen และอาจให้ยานอนหลับ Diazepam ในช่วง 1-3 วันแรก
- หลังจากแผลที่กระจกตาปิดแล้ว จะให้เริ่มหยอดยาปฏิชีวนะผสม Steroid เช่น Tobradex และให้ใช้น้ำตาเทียมร่วมด้วยเพื่อให้แผลหายเร็วขึ้น
- นัดตัดไหม ประมาณ 7 -10 วันในกรณีที่มีการแปะเยื่อหุ้มรกหรือเยื่อบุตาและเย็บแผล

ข้อบ่งใช้ Blueberry Eye Care Softgel : สินค้าสำหรับบำรุงรักษาดวงตาและสายตา สินค้าของ บริษัท GreenWorld : สนใจสินค้า โทร 084-5295918

Blueberry Eye Care Softgel.
บำรุงสายตาสกัดจากบลูเบอร์รี่ ;
Blueberry Eye Care Softgel.

ส่วนผสมสำคัญ: 
สารสกัดบลูเบอร์รี่ (Anthocyanin) , สารสกัดแปะก๊วย , สารสกัดลูทีน (Lutein หรือ แคโรทีนอยด์สีเหลือง )

สรรพคุณหลัก :
 1. ช่วยบันเทาความเมื่อยล้าของสายตาหรืออาการปวดตา ป้องกันสายตาสั้น
 2. ช่วยทำให้การมองเห็นชัดเจน ทำให้ดวงตาสดใสเปล่งประกาย
 3. เพิ่มการมองเห็นและแก้ไขปัญหาด้านสายตาให้ดีขึ้น เช่น โรคต้อหิน , ต้อกระจก , ลดการสูญเสีย
ม่านเรตินาหรือเลือดคั่งในเยื่อเรตินา , สายตาสั้นเทียมหรือศัพท์ทางการแพทย์เรียกว่า Pseudo myopia คือภาวะสายตาสั้นที่เกิดจากการ หดเกร็งของกล้ามเนื้อตา , อาการตามัว , ภาวะเบาหวานขึ้นม่านตาหรือโรคตาบอดกลางคืน
 4. สายตาสัมผัสได้ฉับไวในการมองเห็น

เหมาะสำหรับกลุ่ม:
 - สำหรับบุคคลที่ใช้สายตาอย่างหนักเป็นประจำ
 - ทำงานจ้องคอมเป็นเวลานาน
 - คนขับรถ
 - บุคคลที่ใช้สายตาทำงานในที่สว่างจ้าหรือทำงานที่มีแสงน้อย
 - บุคคลที่มีปัญหาในการมองเห็น
 - บุคคลที่ต้องการบำรุงสายตา
 - ลดความเมื่อล้าดวงตา
 - บุคคลที่ต้องการชะลอริ้วรอยรอบดวงตา